วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553

 

เป็นวันที่ผมเสียคนที่ผมรักที่สุดคนหนึ่งไป

ท่านคือคนที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่ผมอายุได้ขวบกว่าๆ จนถึงอายุประมาณ 7 ขวบ

ท่านเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่สำหรับผม ท่านคือแม่อีกคนของผม

 

ตอนเด็ก ผมกิน นอน อยู่ที่บ้านของท่าน เติบโตมาจากที่นั่น

ที่บ้าน เป็นบ้านไม้ กางมุ้งนอน ชีวิตไม่มีความสะดวกสะสบายเหมือนทุกวันนี้ หุ่งข้าว ทำอาหาร ก็ก่อเตาถ่าน

เลี้ยงไก่บ้าน ปลูกผักกินเอง ฯลฯ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นั่น

 

ตอนเด็ก ผมเอาแต่กินน้ำพริกปลาทู กินแทบทุกวัน ไม่เคยเบื่อ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าอร่อยที่สุด

ท่านจะตำน้ำพริกมะขามและก็แกะปลาทูมาคลุกข้าวให้ผมทาน

ทุกครั้งที่ผมไปบ้านท่าน ผมก็จะขอให้ท่านเตรียมน้ำพริกปลาทูไว้ให้ เพราะมันอร่อยที่สุดแล้วสำหรับผม

 

ถึงแม้ไม่ใช่ญาติกัน แต่ท่านก็เลี้ยงดูผมมาอย่างดี เปรียบเสมือนลูกคนนึง

ตอนเด็กๆ ผมยังแยกแยะระหว่างครอบครัวแท้ๆ กับ ครอบครัวที่ผมอยู่ด้วยไม่ออก

แถมยังเคยถามไปด้วยว่า "แม่ แล้วพ่อหนูอยู่ไหน" ทั้งๆที่ครอบครัวแท้ๆผมก็รู้ว่ามีพ่ออยู่ (ตามประสาเด็ก)

 

ตอนเด็กๆ ผมเคยสัญญาว่า "โตขึ้น หนูจะเลี้ยงแม่เอง" มันคงเป็นคำสัญญาแรกในชีวิต

ซึ่งผมก็จำได้ดี และรอที่จะเรียนจบ หวังว่าเมื่อทำงาน จะมีเงินส่งให้ท่าน ได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสะบายยิ่งขึ้น

 

โตขึ้นมาอีกหน่อย ประมาณ 6 ขวบ

ผมก็ทำร้ายจิตใจท่านอย่างมากครั้งนึง

"หนูรู้แล้วว่าใครเป็นใคร"

ผมแยกแยะออกว่าใครเป็นแม่จริงๆ และผมก็ไม่ได้ไปที่บ้านนั้นอีกนานมาก

น้องสาวท่านมาเล่าให้ฟังว่า ท่านนอนร้องไห้เกือบทุกวัน หลังจากที่ผมกลับมาอยู่บ้านจริง

  เจ้านกกาเหว่าเอย             ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
แม่กาก็หลงรัก                  คิดว่าลูกในอุทร
คาบเอาข้าวมาเผื่อ               ไปคาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรังนอน              ซ่อนเหยื่อมาให้กิน

เป็นหนึ่งในเพลงกล่อมผมเมื่อตอนเด็ก

ทุกคนบอกว่า ในบรรดาเด็กทุกคนที่ท่านเลี้ยงมา ท่านรักผมเหมือนลูกมากที่สุด

แล้วผมทำอะไรลงไป

 

หลังจากนั้น ผมก็ได้ไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ แต่ก็น้อยลงไปทุกปีๆ

จนปีที่ผ่านมา ได้พบท่านเพียงแค่สองครั้ง

ทุกๆครั้งที่ผมไปเยี่ยมท่าน เวลาผมกลับ ท่านจะเดินออกมาส่งบริเวณบ้าน

จะยืนมองดูรถของผมขับออกจากทางเข้าบ้านท่าน เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร จนผมออกสู่ถนนใหญ่

และจึงกลับเข้าบ้าน

 

 แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งรู้ว่าท่านเข้าโรงพยาบาล เพราะโรคตับแข็ง ท่านไม่ได้กินเหล้า แต่เป็นเพราะเคยเป็นไวรัสตับอักเสบ แต่รักษาไม่ได้หายขาด เป็นมานานมากจนสุดท้าย ตับเลยใช้งานต่อไปไม่ได้

เวลาของท่านก็เหลือไม่นาน

ผมได้ไปเยี่ยมท่านหนึ่งครั้งที่บ้าน และก็ต้องกลับมาเรียน

และอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ก่อนตรุดจีนที่ผ่านมา ท่านเข้าโรงพยาบาล

ครั้งแรกที่ผมไปเยี่ยม ผมได้แต่นั่งกุมมือท่านและน้ำตาก็ไหลไม่หยุด

ผมแทบไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะมันจะร้องไห้ตลอดเวลา

 

ส่วนอีกครั้ง แม่บอกกับผม ว่าท่านเหลือเวลาอีกไม่มาก

พยายามอย่าร้องไห้ให้ท่านเห็น ท่านจะได้ไม่มีสิ่งที่ต้องห่วง

เมื่อผมไปเยี่ยม มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะพูดกับท่าน

อยากจะให้กำลังใจ อยากจะบอกว่าหายไวๆ อยากจะบอกว่าอยู่นานๆ ผมจะได้คอยเลี้ยงท่าน

อยากจะบอกว่าผมรักท่านมากๆๆๆๆ

แต่มันก็พูดอะไรออกไปไม่ได้ น้ำตามันคลอ มันจะร้องไห้ตลอดเวลา

สุดท้าย ตอนผมกลับ ผมก็ได้แค่โบกมือลาท่าน เหมือนทุกครั้งที่ผมทำ

 

แต่มันกลับเป็นครั้งสุดท้าย ที่ผมได้เจอท่าน

 

วันนี้  วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา ตีสี่ เป็นเวลาที่ท่านจากไป

 

 ไม่มีแล้ว น้ำพริกปลาทูที่อร่อยที่สุดในโลก ถึงจะมีคนทำออกมารสชาติเหมือนกันทุกอย่าง แต่มันก็ไม่มีทางอร่อยเท่า

คนที่คอยดูแล คอยเป็นห่วง คนที่รักเราเหมือนลูกแท้ๆ

คนที่เราสัญญาว่าจะดูแลเขา แต่เราก็กลับทำไม่ได้ (เกลียดตัวเอง)

ไม่สามารถตอบแทนพระคุณ ไม่ได้ขอบคุณ

ไม่ได้แม้แค่จะบอกว่ารักท่าน

 

สายไป

 

โอกาสมาแล้วก็ผ่านไป ไม่อยากต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

ก็อย่าทิ้งโอกาสที่มีนั้นไป

Comment

Comment:

Tweet

เสียใจด้วยนะเดียว ...

แค่ท่านรู้ว่าเดียวคิดถึง ท่านก็คงมีความสุขแล้วล่ะ

หายเศร้าไวๆนะเว้ย big smile

#1 By SpentaZ on 2010-02-18 02:48